ติดหนี้บัตรเครดิต ติดหนี้บัตรกดเงินสด หนี้เยอะมาก ไม่มีเงินจ่าย เปิด3ช่องทาง คลินิกแก้หนี้ ช่วยได้



‘หนี้’ ท่วม จ่ายไม่ไหว ไปไหนได้บ้าง? เปิด 3 ช่องทางช่วย ‘ลูกหนี้’ ช่วงโควิด-19

23 มิถุนายน 2563 | โดย ทีมกรุงเทพธุรกิจออนไลน์

 45,007

เช็คตัวช่วย “ลดภาระหนี้” ช่วงโควิด-19 ที่ช่วยให้บริหารจัดการหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ในช่วงสภาพวิกฤตินอกเหนือจากสถาบันการเงินเจ้าของหนี้ ไม่ว่าจะเป็น “คลินิกแก้หนี้” “ทางด่วนแก้หนี้” และโครงการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตจากธนาคาร “ออมสิน”

“หนี้” หรือ “หนี้สิน” เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้หลายคนประสบปัญหาทางการเงิน หากไม่สามารถบริหารจัดการได้ดีพอ โดยเฉพาะช่วงที่เกิดวิกฤติต่างๆ ที่มีสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ ซึ่งทำให้มีโอกาสชำระหนี้ไม่ไหว ชำระไม่ครบ หรือไม่ตรงเวลา

ที่ผ่านมาภาครัฐฯ สถาบันทางการเงิน และผู้ให้บริการทางการเงิน ต่างออกมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือ “ลูกหนี้” เพื่อแบ่งเบาภาระหนี้สินในช่วงนี้ให้ผ่านไปได้แบบไม่มีหนี้เสีย และไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันมากจนเกินไป

นอกจากมาตรการช่วยเหลือจากผู้ให้บริการที่เป็นเจ้าหนี้โดยตรงแล้ว “กรุงเทพธุรกิจออนไลน์” รวบรวมตัวช่วยบริหารจัดการหนี้สินของประชาชนในรูปแบบต่างๆ 3 ช่องทางที่ให้บริการครอบคลุมหนี้ในระบบเกือบทุกธนาคาร ดังนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

รวม ‘สินเชื่อด่วน’ แบบ ‘New normal’ กู้ออนไลน์ ไม่ต้องไปธนาคาร

‘เยียวยาเกษตรกร’ เช็คสิทธิ์ด่วน! ‘ธ.ก.ส.’ โอนเงินไม่ผ่าน กว่า 7 หมื่นราย

ใบเดียวจบ! ‘ตรวจสอบสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ’ ทำง่ายๆ แค่มี ‘บัตรประชาชน’

‘PEA-MEA’ ตอบคำถาม ‘คืนเงินประกันไฟฟ้า’ มาตรการที่ยังไม่หมดอายุ

 คลินิกแก้หนี้ 

“คลินิกแก้หนี้” หรือ “คลินิกแก้หนี้บายแซม” โครงการที่อยู่ภายใต้ความร่วมมือ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) และ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นโครงการที่ช่วยเหลือประชาชนที่มีปัญหา “หนี้เสีย” ทั้งบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน ให้สามารถหลุดจากวงจรหนี้บัตรเครดิตได้ผ่านการ “ปรับโครงสร้างหนี้” โดยไม่มีค่าใช้จ่าย 

คลินิกแก้หนี้ เข้าร่วมกับสถาบันการเงิน (bank) 17 แห่ง และผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (non-bank) 18 แห่ง

ผู้ที่มีคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้จะต้องอยู่ในเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

– เป็นบุคคลธรรมดา ที่มีรายได้ อายุไม่เกิน 65 ปี
– เป็นหนี้เสียบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกันของสถาบันที่เข้าร่วมโครงการ
– เป็น NPL ก่อน 1 ม.ค. 63 (ตามรายงานเครดิตบูโร ณ เดือน ธ.ค. 62 ต้องมีสถานะค้างชําระ 91-120 วันขึ้นไป)
– หนี้รวมไม่เกิน 2 ล้านบาท

นอกจากช่วยเหลือเจรจาปรับโครงสร้างหนี้แล้ว คลินิกแก้หนี้ยังมีการอบรมให้ความรู้ด้านการบริหารจัดการทางการเงิน และการออมให้บุคลากรในหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย

ทั้งนี้ คลินิกแก้หนี้ยังแนะนำประชาชนให้สังเกตความถูกต้องของเพจโครงการคลินิกแก้หนี้ ว่าใช้การสะกดคำที่ถูกต้อง “คลินิกแก้หนี้” เท่านั้น ไม่ใช่ “คลีนิคแก้หนี้” หรือ “คลีนิกแก้หนี้” และคำอื่นใดในลักษณะคล้ายกันที่อาจมีผู้ประสงค์ให้ลูกค้าเข้าใจผิดว่าเป็น โครงการคลินิกแก้หนี้บายแซม เนื่องจากปัจจุบันสื่อออนไลน์ และโซเชียลมีเดีย สามารถติดต่อสื่อสารได้ง่าย สะดวกรวดเร็วและเป็นสื่อสาธารณะ  จึงขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังมิจฉาชีพที่แอบแฝงและใช้สื่อดังกล่าวแสวงหาผลประโยชน์ในทางมิชอบ เช่น นโยบายเรียกเก็บเงินหรือปล่อยกู้ 

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้โดยตรงที่ Call Center 02-610-2266 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-17.00 น. หรือสมัครผ่านเว็บไซต์ www.คลินิกแก้หนี้.com หรือ แอดไลน์ @debtclinicbysam หรือ Facebook คลินิกแก้หนี้ รวมถึงช่อง Debtclinicbysam บน YouTube

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

‘คลินิกแก้หนี้’ กับ 4 เรื่องต้องรู้! ก่อนเข้าร่วมโครงการ

รู้จัก ‘ทางด่วนแก้หนี้’ ตัวช่วยปรับโครงสร้างหนี้ สู้ภัย ‘โควิด-19’

‘ออมสิน’ ปล่อย ‘สินเชื่อฉุกเฉิน’ ผู้มีอาชีพอิสระ ยังกู้ได้! เช็ควิธีลงทะเบียนที่นี่

อัพเดทล่าสุด ‘มาตรการช่วยเหลือ’ ลูกหนี้ ช่วง ‘โควิด-19’ ระยะที่ 2 เริ่ม 1 ก.ค. นี้

 

ที่มา :

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง